บทที่ 4 กับดักที่มองไม่เห็น
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องพักเล็กๆ ของฉัน ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในหัว สมองยังคงประมวลผลเรื่องราวบ้าบอที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ภาพรอยจูบอันเร่าร้อนและสัมผัสที่เอาแต่ใจของพี่อัคคียังคงตามหลอกหลอนฉันแม้กระทั่งในความฝัน
ฉันลุกขึ้นนั่งบนเตียง เอามือลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อเรียกสติ
"ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ รินลดา... เธอจะไปใจเต้นกับผู้ชายอันตรายแบบนั้นได้ยังไง" ฉันพึมพำกับตัวเอง พยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป
วันนี้ฉันมีเรียนเช้า และฉันตัดสินใจแล้วว่าจะพยายามหลบหน้าเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันจะไม่ยอมตกเป็นของเล่นของเขา หรือยอมให้เขาเข้ามาควบคุมชีวิตฉันได้อีกต่อไป!
ฉันอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว คว้ากระเป๋าผ้าใบเก่งแล้วเดินออกจากห้องพัก ทว่า... ทันทีที่เปิดประตูห้องออกไป ฉันก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"อรุณสวัสดิ์"
ร่างสูงใหญ่ในชุดนักศึกษาที่คุ้นตายืนพิงผนังอยู่หน้าห้องฉัน เขากำลังถือถุงใส่โจ๊กหมูและแก้วกาแฟเย็นในมือ รอยยิ้มมุมปากที่แสนจะยียวนนั้นทำให้ฉันแทบจะปิดประตูใส่หน้าเขา
"พ... พี่อัคคี! พี่มาทำอะไรที่นี่คะ แล้วพี่รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ห้องนี้!" ฉันถามเสียงหลง รีบถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ
"ก็บอกแล้วไงว่าพี่รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเธอ" เขายักไหล่ ดันประตูที่ฉันกำลังจะปิดเอาไว้ด้วยมือเดียว "พี่มารับไปกินข้าวเช้า แล้วก็จะไปส่งที่คณะด้วย"
"ฉันไปเองได้ค่ะ ไม่รบกวนพี่หรอก" ฉันพยายามปฏิเสธเสียงแข็ง
"ไม่รบกวนหรอก พี่เต็มใจ" เขาดันตัวเข้ามาในห้องฉันอย่างถือวิสาสะ วางถุงอาหารลงบนโต๊ะเล็กๆ กลางห้อง "มากินสิ เดี๋ยวสายนะ"
ฉันยืนตัวแข็งทื่อ มองเขาที่ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของห้องอย่างหน้าตาเฉย ความอึดอัดและความโกรธเริ่มตีตื้นขึ้นมาในอก "พี่อัคคีคะ กรุณาออกไปจากห้องฉันเถอะค่ะ ฉันไม่ชอบให้ใครมารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้"
เขาชะงักไปเล็กน้อย หันมามองฉันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "พี่ไม่ได้อยากจะรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเธอ พี่แค่อยากดูแล"
"แต่ฉันไม่ได้ต้องการให้พี่ดูแล!" ฉันเถียงกลับเสียงดัง "ฉันดูแลตัวเองได้ และฉันก็ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นด้วย!"
อัคคีถอนหายใจยาว เดินเข้ามาใกล้ฉันจนฉันต้องถอยกรูดไปชนกับผนังห้อง "ทำไมเธอถึงดื้อแบบนี้นะรินลดา พี่พยายามทำดีด้วยแล้วนะ"
"ทำดีด้วยการบังคับขู่เข็ญเนี่ยนะคะ?" ฉันแค่นหัวเราะ "พี่มันก็แค่คนเห็นแก่ตัว ที่อยากเอาชนะเท่านั้นแหละ!"
คำพูดของฉันดูเหมือนจะไปสะกิดต่อมโมโหของเขาเข้าอย่างจัง แววตาที่เคยอ่อนลงกลับมาแข็งกร้าวและดุดันอีกครั้ง เขาเอื้อมมือมาบีบไหล่ฉันแน่นจนฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
"ใช่! พี่มันเห็นแก่ตัว! แล้วไงล่ะ!" เขาตวาดเสียงต่ำ "ในเมื่อพี่อยากได้เธอ พี่ก็ต้องได้ และพี่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งเธอไปจากพี่เด็ดขาด!"
ฉันมองลึกลงไปในดวงตาของเขา เห็นเปลวไฟแห่งความปรารถนาและความยึดติดที่ลุกโชนอยู่ในนั้น มันน่ากลัวและทรงพลังจนฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกแผดเผา
"ปล่อยฉันนะคะ ฉันเจ็บ!" ฉันดิ้นรนขัดขืน แต่เขากลับยิ่งรัดแน่นขึ้น
"รับปากพี่สิ ว่าจะยอมให้พี่ดูแล จะเลิกหนีพี่..." เขากระซิบชิดริมหูฉัน น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเว้าวอน
ฉันส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า "ไม่... ฉันไม่..."
ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ เขาก็ประกบริมฝีปากลงมาปิดกั้นคำปฏิเสธของฉันอย่างรวดเร็ว จูบของเขาในครั้งนี้ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเมื่อคืน แต่มันเต็มไปด้วยความลงทัณฑ์และความเอาแต่ใจ เขาบดขยี้ริมฝีปากฉันอย่างหนักหน่วง บังคับให้ฉันเปิดรับสัมผัสของเขา รสชาติฝาดเฝื่อนของเลือดผสมกับกลิ่นนิโคตินทำให้ฉันรู้สึกมึนงง
ฉันพยายามผลักอกเขาออก แต่แรงของฉันก็เหมือนมดที่พยายามสู้กับช้าง อัคคีรวบมือทั้งสองข้างของฉันไว้ด้านหลัง แล้วดันร่างฉันให้แนบชิดกับเขามากยิ่งขึ้น จนฉันสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนผ่าวและอัตราการเต้นของหัวใจที่บ้าคลั่งของเขา
จูบที่รุนแรงและป่าเถื่อน ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและเรียกร้อง เขาดูดดึงริมฝีปากฉันอย่างอ้อยอิ่ง ปลายลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากของฉัน ราวกับต้องการจะสูบกินวิญญาณของฉันไปจนหมดสิ้น
ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย เรี่ยวแรงที่เคยมีหดหายไปจนหมดสิ้น ร่างกายอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนของเขา ถ้าไม่ได้ท่อนแขนแกร่งของเขารัดรึงเอาไว้ ฉันคงลงไปกองกับพื้นแล้ว
"อื้อ..." ฉันครางประท้วงในลำคอ เมื่อเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก
เขาค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งให้ฉันยืนหอบหายใจรวยริน ใบหน้าแดงก่ำ นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาจ้องมองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ
"พี่จะไม่ยอมปล่อยเธอไปไหนหรอกรินลดา... ไม่มีวัน" เขากระซิบเสียงพร่า พลางใช้หัวแม่มือเช็ดคราบน้ำตาที่หางตาของฉันเบาๆ
คำพูดของเขาเป็นเหมือนคำสาปแช่งที่ผูกมัดฉันไว้กับเขาตลอดกาล ฉันรู้ตัวดีว่าฉันไม่มีทางหนีรอดจากผู้ชายคนนี้ได้... กับดักที่เขาวางเอาไว้ มันแน่นหนาและมองไม่เห็น แต่กลับรัดรึงหัวใจฉันไว้จนดิ้นไม่หลุด
และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ฉันเริ่มจะคุ้นชินกับการถูกพันธนาการนี้แล้ว.
